<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความดีๆ &#187; Hoopie</title>
	<atom:link href="http://happyhappiness.monkiezgrove.com/author/admin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com</link>
	<description>How to make life happiness เล่าเรื่องเรียบเรียงร่างร้อยถึงความสุข</description>
	<lastBuildDate>Sun, 18 Sep 2011 06:54:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/09/18/28-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/09/18/28-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Sep 2011 06:54:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[การมีชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[คนใจกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความสนุกสนาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[ความโหดร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[คำสัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[คำอธิบาย]]></category>
		<category><![CDATA[คิดมาก]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกบิดเบือน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเมินตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับปรุงตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ฟังที่]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[มีมารยาท]]></category>
		<category><![CDATA[มีส่วนร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[มีเวลาไม่พอ]]></category>
		<category><![CDATA[รอบคอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมเยือกเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนโยน]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บรักษาความลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บไว้]]></category>
		<category><![CDATA[เคี่ยวเข็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[เบื่อหน่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นนิสัย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องคอขาดบาดตาย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่นเกมกับเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เสียเวลา]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปัน]]></category>
		<category><![CDATA[โต้ตอบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ให้โอกาส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=317</guid>
		<description><![CDATA[ 28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต เป็นข้อคิดที่เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อเอามาอ่านอีกทีก็พบว่ายังเป็นเรื่องที่ดีมากๆที่ควรแบ่งปันให้รับรู้โดยทั่วกัน ได้มาจากฟอเวิร์ดเมล์เมื่อนานมาแล้ว ลองอ่านกันดูนะ
1.อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะทั้งชีวิตเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ 
2.เมื่อมีคนเล่าว่าเขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญ จง เป็นผู้ฟังที่ดีอย่าไปคุยทับ อย่าไปขัดคอ 
3.จงตั้งใจฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น 
4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามทางบ้างเพราะมีอะไรดีๆบางอย่างซ่อนอยู่ 
5.จะคิดทำการใดจงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่ให้เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย 
6.หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ 
7.จงจำไว้ว่า ข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น 
8.เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้เด็กชนะไปเถอะ 
9.ใครจะวิจารณ์เรายังงัยก็ตาม อย่าเสียเวลาไปโต้ตอบ แต่ให้ปรับปรุงตนเอง 
10.จงให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ &#8220;สอง&#8221; แต่อย่าให้ถึง &#8220;สาม&#8221; 
11.อย่าให้วิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานไม่มีความสุขก็ลาออกดีกว่า 
12.ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆ มันก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้แต่แรกหรอก 
13.ใช้เวลาให้น้อยๆในการคิดว่า&#8221;ใครผิด&#8221; แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า&#8221;อะไร&#8221; เป็นสิ่งที่ผิด 
14.จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับ &#8221; คนโหดร้าย &#8221; แต่กำลังสู้กับ &#8221; ความโหดร้าย &#8221; ในตัวคน 
15.โปรดคิด คิด คิด และคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะให้เพื่อนเรามีภาระในการเก็บรักษาความลับ 
16.ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะในสงครามใหญ่ 
17.เป็นคนถ่อมตน จำไว้ว่าคนอื่นทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จกันมามากมายก่อนเราเกิดเสียอีก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> 28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต เป็นข้อคิดที่เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อเอามาอ่านอีกทีก็พบว่ายังเป็นเรื่องที่ดีมากๆที่ควรแบ่งปันให้รับรู้โดยทั่วกัน ได้มาจากฟอเวิร์ดเมล์เมื่อนานมาแล้ว ลองอ่านกันดูนะ</p>
<p>1.อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะทั้งชีวิตเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ </p>
<p>2.เมื่อมีคนเล่าว่าเขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญ จง เป็นผู้ฟังที่ดีอย่าไปคุยทับ อย่าไปขัดคอ </p>
<p>3.จงตั้งใจฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น </p>
<p>4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามทางบ้างเพราะมีอะไรดีๆบางอย่างซ่อนอยู่ </p>
<p>5.จะคิดทำการใดจงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่ให้เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย </p>
<p>6.หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ </p>
<p>7.จงจำไว้ว่า ข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น </p>
<p>8.เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้เด็กชนะไปเถอะ </p>
<p>9.ใครจะวิจารณ์เรายังงัยก็ตาม อย่าเสียเวลาไปโต้ตอบ แต่ให้ปรับปรุงตนเอง </p>
<p>10.จงให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ &#8220;สอง&#8221; แต่อย่าให้ถึง &#8220;สาม&#8221; </p>
<p>11.อย่าให้วิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานไม่มีความสุขก็ลาออกดีกว่า </p>
<p>12.ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆ มันก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้แต่แรกหรอก </p>
<p>13.ใช้เวลาให้น้อยๆในการคิดว่า&#8221;ใครผิด&#8221; แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า&#8221;อะไร&#8221; เป็นสิ่งที่ผิด </p>
<p>14.จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับ &#8221; คนโหดร้าย &#8221; แต่กำลังสู้กับ &#8221; ความโหดร้าย &#8221; ในตัวคน </p>
<p>15.โปรดคิด คิด คิด และคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะให้เพื่อนเรามีภาระในการเก็บรักษาความลับ </p>
<p>16.ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะในสงครามใหญ่ </p>
<p>17.เป็นคนถ่อมตน จำไว้ว่าคนอื่นทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จกันมามากมายก่อนเราเกิดเสียอีก </p>
<p>18.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเพียงใด จงสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ </p>
<p>19.มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ </p>
<p>20.อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นต้องเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามว่า &#8221; เป็นไง?&#8221; ตอบไปเลยว่า &#8221; สบายมาก&#8221; </p>
<p>21.อย่าพูดว่าเรามีเวลาไม่พอ เพราะทุกคนในโลกก็มีเวลาวันละ 24 ชม.เท่ากัน </p>
<p>22.จงเป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่ควรทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว </p>
<p>23.ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานตนเอง ไม่ใช่มาตรฐานคนอื่น </p>
<p>24.จริงจัง และเคี่ยวเข็ญต่อตนเองให้มาก แต่จงอ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น </p>
<p>25.ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ว่างานนั้นจะดูแย่แค่ไหนในสายตาคนรอบข้าง </p>
<p>26.คำนึงถึงการมีชีวิตให้ &#8221; กว้างขวาง &#8221; มากกว่าการมีชีวิตเพื่อ &#8221; ยืนยาว &#8221; </p>
<p>27.(บางครั้ง) อย่าไปหวังเลยว่าในชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม </p>
<p>28.ว่ากันว่ามี 3 สิ่งที่ไม่ควรถูกทำให้แตกหรือทำลาย ได้แก่ ของเล่นเด็ก คำสัญญาและจิตใจของใครๆ ก็ตาม </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/09/18/28-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่เรามองข้าม</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/01/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/01/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2011 03:13:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความอดกลั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ความเกลียด]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทักทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ศีลธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=312</guid>
		<description><![CDATA[บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้….
ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะ copy ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน…… แล้วคิดว่า….สักวันหนึ่ง…&#8230;&#8230;..ค่อยส่ง.. จงอย่าลืมคิดว่า….สักวันหนึ่ง…..วันนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ</p>
<p>ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง</p>
<p>เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง</p>
<p>เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง</p>
<p>เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น</p>
<p>เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า</p>
<p>แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง</p>
<p>เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง</p>
<p>เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง</p>
<p>ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ</p>
<p>เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว</p>
<p>จงแสวงหา การหยั่งรู้</p>
<p>จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…</p>
<p>จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….</p>
<p>กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป</p>
<p>ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด</p>
<p>เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย</p>
<p>น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้</p>
<p>เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม</p>
<p>บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน</p>
<p>อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น</p>
<p>ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย</p>
<p>เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง</p>
<p>และเวลานี้….</p>
<p>ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะ copy ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน…… แล้วคิดว่า….สักวันหนึ่ง…&#8230;&#8230;..ค่อยส่ง.. จงอย่าลืมคิดว่า….สักวันหนึ่ง…..วันนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/01/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศักดิ์ศรี</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/11/11/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/11/11/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Nov 2010 04:00:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด และ คติเตือนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวพุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[มายา]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์ศรี]]></category>
		<category><![CDATA[อัตตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=309</guid>
		<description><![CDATA[พูดถึงเรื่องอัตตาตัวตนบางคนฟังไม่ถูก  จึงขอพูดถึงอาการของอัตตาที่ค่อนข้างชัดเจน นั้นคือสิ่งที่เราเรียกว่าศักดิ์ศรี
เราควรจะดูตัวเองให้เป็นว่า
ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหน
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา
เป็นทีเกิดของทุกข์
สิ่งใดก็ตามแม้แต่ขี้ปะติ๋ว
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที
ถ้าเราเอาการรักษาศักดิ์ศรีเป็นเครื่องตัดสินว่า
เราจะทำหรือไม่ทำอะไรในชีวิต
เราควรจะระวังให้ดีว่า
เราผูกศักดิ์ศรีของเราไว้กับอะไรบ้าง
ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนคงยังไม่พ้นความยึดมั่นในศักดิ์ศรี
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น
การมีอัตตาหรือการเป็นชาวพุทธที่ดียังมีโทษอยู่
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด
ทุกวันนี้เราเอาอะไรมาเป็นศักดิ์ศรีของตน ขอให้ดูให้ดี
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง
ถ้าศักดิ์ศรีของเราขึ้นอยู่กับความมั่นใจว่า
เขารักเราจริง เขาเคารพเราจริง เขากลัวเราจริง ฯลฯ
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา
เขาทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาไม่ทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาพูดอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาเงียบอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขายิ้นอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร
เขาหน้าตาเฉยอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร
เป็นนักแปลอย่างนี้เหน็ดเหนื่อยมาก
(คัดลอกบางตอนมาจาก “ปัจจุบันสดใส” โดย พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ,
พิมพ์ครั้งที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๓ โดย กองทุนสื่อธรรมะทอสี และมูลนิธิปัญญาประทีป, หน้า ๑๖-๑๙)
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พูดถึงเรื่องอัตตาตัวตนบางคนฟังไม่ถูก  จึงขอพูดถึงอาการของอัตตาที่ค่อนข้างชัดเจน นั้นคือสิ่งที่เราเรียกว่าศักดิ์ศรี</p>
<p>เราควรจะดูตัวเองให้เป็นว่า</p>
<p>ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหน<br />
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา<br />
เป็นทีเกิดของทุกข์</p>
<p>สิ่งใดก็ตามแม้แต่ขี้ปะติ๋ว<br />
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที</p>
<p>ถ้าเราเอาการรักษาศักดิ์ศรีเป็นเครื่องตัดสินว่า</p>
<p>เราจะทำหรือไม่ทำอะไรในชีวิต<br />
เราควรจะระวังให้ดีว่า</p>
<p>เราผูกศักดิ์ศรีของเราไว้กับอะไรบ้าง</p>
<p>ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนคงยังไม่พ้นความยึดมั่นในศักดิ์ศรี<br />
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน<br />
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น</p>
<p>การมีอัตตาหรือการเป็นชาวพุทธที่ดียังมีโทษอยู่<br />
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี<br />
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น<br />
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด</p>
<p>ทุกวันนี้เราเอาอะไรมาเป็นศักดิ์ศรีของตน ขอให้ดูให้ดี<br />
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม<br />
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา<br />
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง</p>
<p>ถ้าศักดิ์ศรีของเราขึ้นอยู่กับความมั่นใจว่า</p>
<p>เขารักเราจริง เขาเคารพเราจริง เขากลัวเราจริง ฯลฯ<br />
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้<br />
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา</p>
<p>เขาทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร<br />
เขาไม่ทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร<br />
เขาพูดอย่างนั้นแปลว่าอะไร<br />
เขาเงียบอย่างนั้นแปลว่าอะไร<br />
เขายิ้นอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร<br />
เขาหน้าตาเฉยอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร<br />
เป็นนักแปลอย่างนี้เหน็ดเหนื่อยมาก</p>
<blockquote><p>(คัดลอกบางตอนมาจาก “ปัจจุบันสดใส” โดย พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ,<br />
พิมพ์ครั้งที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๓ โดย กองทุนสื่อธรรมะทอสี และมูลนิธิปัญญาประทีป, หน้า ๑๖-๑๙)</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/11/11/%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ของแม่ ที่ลูกทุกคนควรอ่าน‏</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2010 15:20:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[กล้าหาญ]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตราบาป]]></category>
		<category><![CDATA[สติสัมปชัญญะ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[แม่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=307</guid>
		<description><![CDATA[ตึกเซนต์หลุยมารี  แผนกประถม  ราวปี พ.ศ. 2539    
           เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น   &#8230; มิสค่ะ  &#8230; ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องนะคะ โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ ทำให้มิสอุไรพร  นาคะเสถียร  ครูประจำชั้น ป.4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะจำได้ว่านัดหมายแค่คุณแม่ท่านเดียวเท่านั้นในวันนี้
           เอ&#8230; ใครละเนี่ย  จะมีเรื่องอะไรรึปล่าวนะ  เมื่อมาถึงห้อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตึกเซนต์หลุยมารี  แผนกประถม  ราวปี พ.ศ. 2539    </p>
<p>           เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น   &#8230; มิสค่ะ  &#8230; ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องนะคะ โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ ทำให้มิสอุไรพร  นาคะเสถียร  ครูประจำชั้น ป.4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะจำได้ว่านัดหมายแค่คุณแม่ท่านเดียวเท่านั้นในวันนี้</p>
<p>           เอ&#8230; ใครละเนี่ย  จะมีเรื่องอะไรรึปล่าวนะ  เมื่อมาถึงห้อง  ครูสาวแทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน  หากแต่รูสึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว   </p>
<p>           อย่างไรก็ตาม    มิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรกเข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดหมาย  โดยเก็บงำความแปลกใจไว้  หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จ  จึงได้เชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง</p>
<p>           &#8230;  ภาพแรกที่ได้เห็นชัด ๆ ทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย  แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม  คุณแม่มาปรึกษาเรื่องการเรียนของลูก  เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปี  เมื่อต้นปีที่ผ่านมา  </p>
<p>           ลูกเขาไม่อยากให้มา  เขาบอกว่าอายพื่อนที่แม่ใส่แขนเทียม  กลัวโดนเพื่อนล้อ  ว่า แม่แขนเดียว  แม่เป็นหุ่นยนต์หรอ  อะไรนี่นะคะ  เลยไม่ได้มา  น้ำเสียงคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ</p>
<p>           มิสอุไรพร  ขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม  เมื่อได้ทราบความจริง  ครูสาวตัดสินใจแน่วแน่ว่าต้องจัดการเรื่องที่ลูกไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่  หากปล่อยเรื่องนี้ไป&#8230;  จะเป็นตราบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปภายหน้า  ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนที่ล้อเพื่อนด้วย </p>
<p>ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก  มิสอุไรพร จึงได้โอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟัง  เรื่องราวที่ว่านั้น  ความดังนี้&#8230;</p>
<p>           วันที่  21 สิงหาคม  2536 หลังวันแม่ไม่กี่วัน&#8230; ครอบครัวหนึ่งเดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัดสตูล ประกอบด้วย พ่อแม่และลูกชายอีกสามคน  พวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคัดดินเล็ก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ  โดยมีคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคน  ส่วนคุณแม่เดินตามหลังกับลูกชายคนเล็ก   </p>
<p>           ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำซึ่งมีใบพัดเหล็กสูงจากคันดินราว 25 ซม.  คุณพ่อและลูกชายคนโตสองคนข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า  ไม่มีใครฉุกคิดระวังถึงเหตุร้าย  แต่แล้วลุกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง  ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลังหมุนอยู่และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก  ถ้าเป็นพวกคุณ คุณจะทำอย่างไร &#8230;</p>
<p>           มิส  หยุดเรื่องไว้  เพื่อซักถาม  มองหน้านักเรียนทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ  หน้าซีด  โดยเฉพาะลูกชายของคุณแม่ท่านนั้น</p>
<p>แต่นักเรียนรู้มั้ยว่า  คุณแม่ท่านตัดสินใจอย่างไร  คุณแม่ไม่ยอมเสียเวลาคิดอะไรเลยท่านรีบดึงตัวลูกเอาไว้  แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวางใบพัดไว้ก่อน&#8230;</p>
<p>           ใบพัดหมุนแขนของคุณแม่เข้าไป &#8230;  คนงานที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบปิดเครื่องแต่แรงเฉื่อยยังทำให้ใบพัดหมุนด้วยกำลังรง  &#8230;  แรงเสียจนกระชากแขนซ้านคุณแม่  ขาดสะบั้นลง ! </p>
<p>           คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันทีท้องร่องบริเวณนั้นแดงฉานไปด้วยเลือด &#8230;  เลือดของแม่ &#8230;</p>
<p>           ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็กจนกระดูกหัก  แต่ไม่ขาด  ไม่ขาดเพราะ&#8230;  เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน  .. ไม่ขาด เพราะแม้ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ  มือขวาของแม่ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น &#8230; ไม่ยอมปล่อย &#8230; </p>
<p>           คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกน เอะอะโวยวายของคนงาน  พร้อม ๆ กับเสียงกรีดร้องของคุณแม่  ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช๊อกแทบสิ้นสติ &#8230;  คุณพ่อรีบกระโจนพรวดเดียวถึงตัวแม่และลูกน้อย &#8230; </p>
<p>           แต่&#8230; มันสายเกินไปแล้ว  สิ่งเดียวที่ทำได้  คือ  รีบพาทั้งสองส่งโรงพยาบาลทันที  ผลการรักษา  คุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนที่ขาดไป  ส่วนลูกชายคนเล็ก  ที่ขาหักต้องพักฟื้นนานราวสามเดือน  จึงสามารถเดินได้  เป็นปกติ</p>
<p>           มิสอุไรพร  กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง  แล้วถามว่า  นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญไหมคะ  เด็ก ๆ พากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า  หลาย ๆ คนยังหน้าซีดเซียว เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ตามที่ครูเล่า   </p>
<p>           มิส  มองหน้าลูกชายของคุณแม่แล้วบอกว่า  &#8230;  นักเรียนทราบไหมว่าคุณแม่ท่านนั้นเป็นคุณแนคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เอง  ไหน ใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนั้น  ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ&#8230;  เด็กคนนั้นยืนขึ้น  ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อน ๆ ทั้งห้อง  &#8220;วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้าน  มิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่า  พวกเราชื่นชมและยกย่องท่านมาก ๆ&#8221; </p>
<p>           มิสได้ทราบว่ามีหลาย ๆ คนไปล้อเลียนเพื่อน  ไหนคนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา  ถ้ามี เราลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ</p>
<p>           มีนักเรียน  3-4 คน  ยืนขึ้น  ใบหน้าของแต่ละคนรู้สึกสำนึกผิด  แล้วมิสก็ถามว่า   ดีมากนักเรียน  ตอนนี้คุณคงมีอะไรอยากจะพูดกับเพื่อนใช่มั๊ยคะ   </p>
<p>           เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอ แล้วกล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ  ครูสาวน้ำตาคลอเบ้า  ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มใจ   </p>
<p>           ใครเล่า &#8230;  จะเข้าใจความเจ็บช้ำ ขมขื่นในหัวใจเล็ก ๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง  ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กไม่ทันคิด</p>
<p>           หากบัดนี้  &#8230;  ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อน ๆ ได้สลายปมด้อยในใจของเขาไปจนสิ้น  เหลือเพียงความรักและความภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น  </p>
<p>           เมื่อหมดชั่วโมงเรียน  มิสได้เรียกลูกชายคุณแม่  เข้าไปคุยอีกครั้ง  &#8220;วันนี้เรามีอะไรในใจที่คิดว่าควรพูดกับคุณแม่ม้ยคะ&#8221;  เด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่  ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นว่า &#8230;. </p>
<p>           &#8220;ผม&#8230;  ผม จะไปขอโทษคุณแม่  แล้ว&#8230; บอกคุณแม่ว่า  ผมรักคุณแม่มากที่สุดในโลกเลยครับ&#8221; </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-7/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2010 15:12:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[คนไร้คุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[คุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดสิน]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกผิด]]></category>
		<category><![CDATA[สุนัข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=305</guid>
		<description><![CDATA[คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว 
  มีร้านค้าแห่งหนึ่ง ติดประกาศขายลูกสุนัข 7 ตัว เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็กๆ แวะเวียนเข้ามาเล่น มาชมลูกสุนัขทุกวัน แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อ เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพง 
วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่นๆ ให้แก่ลูกค้าในร้าน เด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่ง ก็มากระตุกชายเสื้อเขา เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ 
เพื่อนของผมบอกว่า ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขาย ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัว พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ? เด็กบอกอย่างสุภาพ 
อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดี แล้วผิวปากเรียกสุนักทั้งเจ็ดออกมา 
เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมา ทีละตัว เขานับ&#8230;แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้น ไหนว่ามีเจ็ดต ัว มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ? เด็กชายถาม 
เจ้าของร้านตอบว่า อ๋อ เปล่าหรอกหนู ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัว เพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดี
มันก็เลยต้องคลานออกมา วิ่งมาพร้อมกับพี่ๆ ของมันไม่ได้ 
สิ้นคำเจ้าของร้าน ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมา ขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียว มันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน 
ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชายแล้วครางงี้ดๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว </strong></p>
<p>  มีร้านค้าแห่งหนึ่ง ติดประกาศขายลูกสุนัข 7 ตัว เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็กๆ แวะเวียนเข้ามาเล่น มาชมลูกสุนัขทุกวัน แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อ เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพง </p>
<p>วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่นๆ ให้แก่ลูกค้าในร้าน เด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่ง ก็มากระตุกชายเสื้อเขา เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ </p>
<p>เพื่อนของผมบอกว่า ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขาย ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัว พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ? เด็กบอกอย่างสุภาพ </p>
<p>อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดี แล้วผิวปากเรียกสุนักทั้งเจ็ดออกมา </p>
<p>เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมา ทีละตัว เขานับ&#8230;แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้น ไหนว่ามีเจ็ดต ัว มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ? เด็กชายถาม </p>
<p>เจ้าของร้านตอบว่า อ๋อ เปล่าหรอกหนู ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัว เพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดี<br />
มันก็เลยต้องคลานออกมา วิ่งมาพร้อมกับพี่ๆ ของมันไม่ได้ </p>
<p>สิ้นคำเจ้าของร้าน ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมา ขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียว มันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน </p>
<p>ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชายแล้วครางงี้ดๆ เห็นได้ชัดว่า มันพยายามคลานมาหาเขา หางของมันกระดิกดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ตลอดเวลา มันคลานเข้าไปเลียรองเท้าของเด็กชาย ท่าทางจะชอบเขามาก </p>
<p>เด็กชายหัวเราะแล้วอุ้มมันขึ้นมา ก่อนจะถามเจ้าของร้านว่า หมาตัวนี้ราคาเท่าไรครับ? ปกติ อาบอกขายอยู่ตัวละสองพันบาทนะ เจ้าของร้านตอบ </p>
<p>เด็กชายนิ่งอึ้งไป ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมานับ เขามีเงินอยู่เพียงสี่ร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น </p>
<p>ผมมีเงินไม่พอซื้อหมาตัวนี้ เด็กชายพึมพำอย่างเศร้าใจ </p>
<p>เจ้าของร้านรีบบอกทันทีว่า โอ๊ะ! หนู ถ้าหนูอยากได้หมาตัวนี้ไปก็เอาไปเถอะ ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก อายกให้หนูฟรีๆ ไปเลย </p>
<p>เด็กชายฟังเจ้าของร้านแล้วชะงักไป ก่อนจะถามกลับไปอย่างไม่พอใจว่า ทำไมครับ ทำไมถึงบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินถ้าจะซื้อหมาตัวนี้? </p>
<p>ก็อย่างที่หนูเห็นอย่างไรล่ะ ลูกหมาตัวนี้มันติดมาพร้อมๆ พี่ๆ น้องๆ ของมัน และอาก็ไม่คิดว่าจะขายมันอยู่แล้ว เพราะมันพิการ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ ความจริง อาไม่อยากให้หนูได้ของมีตำหนิอย่างนี้ไปนะ ลองดูตัวอื่นดีไหม? </p>
<p>เด็กชายเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่า คุณอาดูอะไรนี่สิครับ </p>
<p>ว่าแล้วเขาก็ดึงขากางเกงทั้งสองข้างขึ้น </p>
<p>เจ้าของร้านจึงได้เห็นว่า ขาของเด็กชายคนนี้ เล็กลีบ เช่นเดียวกับขาหลังของลูกสุนัข แต่ที่ทำให้เขายืนอยู่ได้ ก็เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงเอาไว้ </p>
<p><strong>คุณอาครับ ขาของผมก็ลีบใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกัน ผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ อย่างนี้ผมก็เป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่าครับ? </strong></p>
<p>เจ้าของร้านนิ่งอึ้งไป ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา </p>
<p>เด็กชายปล่อยขากางเกงลงแล้วพูดต่อว่า ผมจะซื้อสุนัขตัวนี้ ในราคาสองพันบาท เท่ากับลูกหมาตัวอื่นๆ แต่ว่าผมมีเงินไม่พอ ถ้าผมจะอ้อนวอนคุณอา ขอผ่อนราคาของลูกหมาตัวนี้ เดือนละหนึ่งร้อยบาททุกเดือน จนครบสองพันบาท คุณอาจะว่าอย่างไรครับ? </p>
<p>เจ้าของร้านน้ำตาไหลริน ทรุดตัวลงตรงหน้าเด็กชายและกอดเขาไว้ด้วยความประทับใจ พลางกล่าวขอโทษขอโพย ในสิ่งที่ตนได้ทำผิดพลาดไป </p>
<p>เขาบอกว่าไม่ขัดข้อง ที่จะให้เด็กชายผ่อนค่าตัวของลูกสุนัขตัวนี้ และกล่าวว่าถ้าสุนัขทุกตัวมีเจ้านายที่จิตใจดีอย่างเด็กชาย พวกมันก็คงจะมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างมาก</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. </p>
<p>นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า<br />
<strong>อย่าตัดสินคุณค่า จากรูปลักษณ์ภายนอก </strong></p>
<blockquote><p>ที่มา : นิทานสีขาว<br />
เล่าโดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา </p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถ้ามนุษย์ไม่มีธรรมะ</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/29/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/29/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jan 2010 11:46:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด และ คติเตือนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธทาส]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์เดรัจฉาน]]></category>
		<category><![CDATA[อันธพาล]]></category>
		<category><![CDATA[เลว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=292</guid>
		<description><![CDATA[ถ้ามนุษย์ไม่มีธรรมะ
ถ้าเอา ธรรมะออกไปแล้ว มนุษย์จะเลวกว่าสัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ไม่มีธรรมะแล้ว อันธพาลเต็มบ้านเต็มเมือง ไม่มีความผาสุกเลย ในโลกสัตว์เดรัจฉานไม่มีอันธพาลอย่างนี้ ไม่มีอันธพาลขนาดที่ว่า เอาก้อนหินมาดักรถยนต์ให้สะดุดแล้วล้มคว่ำ แล้วก็มาปล้นเอาของในรถยนต์ ถอดเอาเสื้อผ้าของคนในรถเหลือแต่กางเกงในนั้น สัตว์เดรัจฉานทำไม่ได้&#8221; 
พุทธทาส
เพิ่มเติมที่ Youtube ครับ
ไปเจอมานะครับ จาก facebook ครับ ตามไปเข้าไปดูกันได้ มีบทความดีๆสอนใจมากมาย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ถ้ามนุษย์ไม่มีธรรมะ</strong></p>
<p>ถ้าเอา ธรรมะออกไปแล้ว มนุษย์จะเลวกว่าสัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ไม่มีธรรมะแล้ว อันธพาลเต็มบ้านเต็มเมือง ไม่มีความผาสุกเลย ในโลกสัตว์เดรัจฉานไม่มีอันธพาลอย่างนี้ ไม่มีอันธพาลขนาดที่ว่า เอาก้อนหินมาดักรถยนต์ให้สะดุดแล้วล้มคว่ำ แล้วก็มาปล้นเอาของในรถยนต์ ถอดเอาเสื้อผ้าของคนในรถเหลือแต่กางเกงในนั้น สัตว์เดรัจฉานทำไม่ได้&#8221; </p>
<p><em>พุทธทาส</em></p>
<blockquote><p>เพิ่มเติมที่ <a href="http://www.youtube.com/watch?v=BdWlGeuKe4Y&#038;feature=related" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/www.youtube.com/watch?v=BdWlGeuKe4Y_038_feature=related&amp;referer=');">Youtube</a> ครับ</p>
<p>ไปเจอมานะครับ จาก <a href="http://www.facebook.com/#/pages/wwchir-mehi-WVajiramedhi/166509296166?ref=nf&#038;__a=1&#038;_fb_iframe_path=%2Fpages%2F-WVajiramedhi%2F166509296166" onclick="pageTracker._trackPageview('/outgoing/www.facebook.com/_/pages/wwchir-mehi-WVajiramedhi/166509296166?ref=nf_038_a=1_038_fb_iframe_path=_2Fpages_2F-WVajiramedhi_2F166509296166&amp;referer=');">facebook</a> ครับ ตามไปเข้าไปดูกันได้ มีบทความดีๆสอนใจมากมาย</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/29/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Happy Happiness</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/14/happy-happiness/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/14/happy-happiness/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2010 04:44:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[happiness]]></category>
		<category><![CDATA[happy]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=289</guid>
		<description><![CDATA[



]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9111245044246157";
/* 336x280, HH main */
google_ad_slot = "7221714476";
google_ad_width = 336;
google_ad_height = 280;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/14/happy-happiness/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำพ่อสอน</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/09/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/09/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Jan 2010 14:59:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด และ คติเตือนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ท้อถอย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกฝน]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชดำรัส]]></category>
		<category><![CDATA[อัธยาศัยความเข้มแข็งในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อุปสรรค]]></category>
		<category><![CDATA[เข้มแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=287</guid>
		<description><![CDATA[&#8221; . . . ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไปถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใด ๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้ แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็งในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ นั้นได้ ความเข้มแข็งในใจนั้น หมายความว่า ไม่ท้อถอย และไม่เกิดอารมณ์มาทำให้โกรธ อารมณ์นั้นก็คือ ความโกรธ ความฉุนเฉียว ความน้อยใจ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คิดไม่ออก . . . &#8221;
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต
วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8221; . . . ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไปถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใด ๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้ แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็งในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ นั้นได้ ความเข้มแข็งในใจนั้น หมายความว่า ไม่ท้อถอย และไม่เกิดอารมณ์มาทำให้โกรธ อารมณ์นั้นก็คือ ความโกรธ ความฉุนเฉียว ความน้อยใจ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คิดไม่ออก . . . &#8221;</p>
<p>พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต<br />
วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/01/09/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นัยอันล้ำลึกของคำว่า &#8220;ขอบคุณ&#8221;</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/11/18/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/11/18/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Nov 2009 03:42:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด และ คติเตือนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[นักปราชญ์]]></category>
		<category><![CDATA[วชิรเมธี]]></category>
		<category><![CDATA[วิพากษ์วิจารณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า &#8220;ขอบคุณ&#8221;
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ&#8230;
โดยท่าน ว. วชิรเมธี 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน<br />
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้<br />
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม</p>
<p>นัยอันล้ำลึกของคำว่า &#8220;ขอบคุณ&#8221;</p>
<p>ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้<br />
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ<br />
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ</p>
<p>ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม<br />
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่<br />
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ</p>
<p>ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์<br />
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่<br />
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ</p>
<p>ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่<br />
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ<br />
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน</p>
<p>ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น<br />
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน<br />
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ&#8230;</p>
<p>โดยท่าน ว. วชิรเมธี </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/11/18/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มหัศจรรย์แห่งชีวิต… หลักคิด 20 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/10/25/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/10/25/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Oct 2009 13:45:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด และ คติเตือนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน ?
ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ
๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี ?
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงคราม ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี ?
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข
๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน ?
งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน
๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา ?
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง
๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ
ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา
๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้
๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี ?
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ
๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร ?
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา
๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี ?
(๑) หางานใหม่
(๒) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน ?<br />
ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก<br />
ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ</p>
<p>๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี ?<br />
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด<br />
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง<br />
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว<br />
(๔) ขออย่าให้ตายในสงคราม ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง</p>
<p>๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี ?<br />
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ<br />
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ<br />
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข</p>
<p>๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน ?<br />
งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน<br />
รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน<br />
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน</p>
<p>๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา ?<br />
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว<br />
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย<br />
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์<br />
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง</p>
<p>๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?<br />
(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง<br />
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน<br />
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ<br />
ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา</p>
<p>๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?<br />
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น<br />
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้</p>
<p>๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี ?<br />
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ<br />
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ<br />
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน<br />
สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ</p>
<p>๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร ?<br />
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม<br />
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี<br />
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้<br />
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา<br />
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา</p>
<p>๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี ?<br />
(๑) หางานใหม่<br />
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก<br />
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ<br />
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด<br />
จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่</p>
<p>๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย ?<br />
คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง<br />
คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า<br />
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย</p>
<p>๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม ?<br />
ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ<br />
แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป<br />
แทนที่จะไถ่โคกระบือ<br />
คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า</p>
<p>๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน ?<br />
ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน<br />
ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน</p>
<p>๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?<br />
มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน<br />
ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ</p>
<p>๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?<br />
(๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร<br />
(๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร<br />
(๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง</p>
<p>๑๖. สวดมนต์บทไหนดี ?<br />
(๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น<br />
(๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า<br />
จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ<br />
(๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้ คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง</p>
<p>๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี ?<br />
(๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู<br />
(๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น<br />
(๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด</p>
<p>๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก ?<br />
(๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป<br />
(๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย<br />
(๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน</p>
<p>๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม ?<br />
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า<br />
ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน</p>
<p>๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ ?<br />
ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์<br />
ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/10/25/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

