<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความดีๆ &#187; Forword mail</title>
	<atom:link href="http://happyhappiness.monkiezgrove.com/category/%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com</link>
	<description>How to make life happiness เล่าเรื่องเรียบเรียงร่างร้อยถึงความสุข</description>
	<lastBuildDate>Sun, 18 Sep 2011 06:54:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/09/18/28-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/09/18/28-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Sep 2011 06:54:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[การมีชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[คนใจกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความสนุกสนาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[ความโหดร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[คำสัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[คำอธิบาย]]></category>
		<category><![CDATA[คิดมาก]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกบิดเบือน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประเมินตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับปรุงตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ฟังที่]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[มีมารยาท]]></category>
		<category><![CDATA[มีส่วนร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[มีเวลาไม่พอ]]></category>
		<category><![CDATA[รอบคอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมเยือกเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนโยน]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บรักษาความลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บไว้]]></category>
		<category><![CDATA[เคี่ยวเข็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[เบื่อหน่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นนิสัย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องคอขาดบาดตาย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เล่นเกมกับเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เสียเวลา]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปัน]]></category>
		<category><![CDATA[โต้ตอบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ให้โอกาส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=317</guid>
		<description><![CDATA[ 28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต เป็นข้อคิดที่เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อเอามาอ่านอีกทีก็พบว่ายังเป็นเรื่องที่ดีมากๆที่ควรแบ่งปันให้รับรู้โดยทั่วกัน ได้มาจากฟอเวิร์ดเมล์เมื่อนานมาแล้ว ลองอ่านกันดูนะ
1.อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะทั้งชีวิตเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ 
2.เมื่อมีคนเล่าว่าเขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญ จง เป็นผู้ฟังที่ดีอย่าไปคุยทับ อย่าไปขัดคอ 
3.จงตั้งใจฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น 
4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามทางบ้างเพราะมีอะไรดีๆบางอย่างซ่อนอยู่ 
5.จะคิดทำการใดจงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่ให้เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย 
6.หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ 
7.จงจำไว้ว่า ข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น 
8.เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้เด็กชนะไปเถอะ 
9.ใครจะวิจารณ์เรายังงัยก็ตาม อย่าเสียเวลาไปโต้ตอบ แต่ให้ปรับปรุงตนเอง 
10.จงให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ &#8220;สอง&#8221; แต่อย่าให้ถึง &#8220;สาม&#8221; 
11.อย่าให้วิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานไม่มีความสุขก็ลาออกดีกว่า 
12.ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆ มันก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้แต่แรกหรอก 
13.ใช้เวลาให้น้อยๆในการคิดว่า&#8221;ใครผิด&#8221; แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า&#8221;อะไร&#8221; เป็นสิ่งที่ผิด 
14.จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับ &#8221; คนโหดร้าย &#8221; แต่กำลังสู้กับ &#8221; ความโหดร้าย &#8221; ในตัวคน 
15.โปรดคิด คิด คิด และคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะให้เพื่อนเรามีภาระในการเก็บรักษาความลับ 
16.ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะในสงครามใหญ่ 
17.เป็นคนถ่อมตน จำไว้ว่าคนอื่นทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จกันมามากมายก่อนเราเกิดเสียอีก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> 28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต เป็นข้อคิดที่เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อเอามาอ่านอีกทีก็พบว่ายังเป็นเรื่องที่ดีมากๆที่ควรแบ่งปันให้รับรู้โดยทั่วกัน ได้มาจากฟอเวิร์ดเมล์เมื่อนานมาแล้ว ลองอ่านกันดูนะ</p>
<p>1.อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะทั้งชีวิตเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้ </p>
<p>2.เมื่อมีคนเล่าว่าเขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญ จง เป็นผู้ฟังที่ดีอย่าไปคุยทับ อย่าไปขัดคอ </p>
<p>3.จงตั้งใจฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น </p>
<p>4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามทางบ้างเพราะมีอะไรดีๆบางอย่างซ่อนอยู่ </p>
<p>5.จะคิดทำการใดจงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่ให้เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย </p>
<p>6.หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้ </p>
<p>7.จงจำไว้ว่า ข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น </p>
<p>8.เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้เด็กชนะไปเถอะ </p>
<p>9.ใครจะวิจารณ์เรายังงัยก็ตาม อย่าเสียเวลาไปโต้ตอบ แต่ให้ปรับปรุงตนเอง </p>
<p>10.จงให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ &#8220;สอง&#8221; แต่อย่าให้ถึง &#8220;สาม&#8221; </p>
<p>11.อย่าให้วิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานไม่มีความสุขก็ลาออกดีกว่า </p>
<p>12.ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆ มันก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้แต่แรกหรอก </p>
<p>13.ใช้เวลาให้น้อยๆในการคิดว่า&#8221;ใครผิด&#8221; แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า&#8221;อะไร&#8221; เป็นสิ่งที่ผิด </p>
<p>14.จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับ &#8221; คนโหดร้าย &#8221; แต่กำลังสู้กับ &#8221; ความโหดร้าย &#8221; ในตัวคน </p>
<p>15.โปรดคิด คิด คิด และคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะให้เพื่อนเรามีภาระในการเก็บรักษาความลับ </p>
<p>16.ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะในสงครามใหญ่ </p>
<p>17.เป็นคนถ่อมตน จำไว้ว่าคนอื่นทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จกันมามากมายก่อนเราเกิดเสียอีก </p>
<p>18.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเพียงใด จงสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้ </p>
<p>19.มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ </p>
<p>20.อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นต้องเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามว่า &#8221; เป็นไง?&#8221; ตอบไปเลยว่า &#8221; สบายมาก&#8221; </p>
<p>21.อย่าพูดว่าเรามีเวลาไม่พอ เพราะทุกคนในโลกก็มีเวลาวันละ 24 ชม.เท่ากัน </p>
<p>22.จงเป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่ควรทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว </p>
<p>23.ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานตนเอง ไม่ใช่มาตรฐานคนอื่น </p>
<p>24.จริงจัง และเคี่ยวเข็ญต่อตนเองให้มาก แต่จงอ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น </p>
<p>25.ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ว่างานนั้นจะดูแย่แค่ไหนในสายตาคนรอบข้าง </p>
<p>26.คำนึงถึงการมีชีวิตให้ &#8221; กว้างขวาง &#8221; มากกว่าการมีชีวิตเพื่อ &#8221; ยืนยาว &#8221; </p>
<p>27.(บางครั้ง) อย่าไปหวังเลยว่าในชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม </p>
<p>28.ว่ากันว่ามี 3 สิ่งที่ไม่ควรถูกทำให้แตกหรือทำลาย ได้แก่ ของเล่นเด็ก คำสัญญาและจิตใจของใครๆ ก็ตาม </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/09/18/28-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่เรามองข้าม</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/01/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/01/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2011 03:13:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความอดกลั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ความเกลียด]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทักทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ศีลธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=312</guid>
		<description><![CDATA[บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้….
ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะ copy ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน…… แล้วคิดว่า….สักวันหนึ่ง…&#8230;&#8230;..ค่อยส่ง.. จงอย่าลืมคิดว่า….สักวันหนึ่ง…..วันนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ</p>
<p>ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง</p>
<p>เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง</p>
<p>เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง</p>
<p>เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น</p>
<p>เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า</p>
<p>แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง</p>
<p>เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง</p>
<p>เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง</p>
<p>ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ</p>
<p>เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว</p>
<p>จงแสวงหา การหยั่งรู้</p>
<p>จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…</p>
<p>จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….</p>
<p>กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป</p>
<p>ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด</p>
<p>เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย</p>
<p>น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้</p>
<p>เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม</p>
<p>บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน</p>
<p>อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น</p>
<p>ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย</p>
<p>เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง</p>
<p>และเวลานี้….</p>
<p>ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะ copy ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรักอ่าน…… แล้วคิดว่า….สักวันหนึ่ง…&#8230;&#8230;..ค่อยส่ง.. จงอย่าลืมคิดว่า….สักวันหนึ่ง…..วันนั้น คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งตรงนี้เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2011/01/06/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วีรกรรมสุดยิ่งใหญ่ของแม่ ที่ลูกทุกคนควรอ่าน‏</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2010 15:20:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[กล้าหาญ]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตราบาป]]></category>
		<category><![CDATA[สติสัมปชัญญะ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[แม่]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=307</guid>
		<description><![CDATA[ตึกเซนต์หลุยมารี  แผนกประถม  ราวปี พ.ศ. 2539    
           เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น   &#8230; มิสค่ะ  &#8230; ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องนะคะ โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ ทำให้มิสอุไรพร  นาคะเสถียร  ครูประจำชั้น ป.4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะจำได้ว่านัดหมายแค่คุณแม่ท่านเดียวเท่านั้นในวันนี้
           เอ&#8230; ใครละเนี่ย  จะมีเรื่องอะไรรึปล่าวนะ  เมื่อมาถึงห้อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตึกเซนต์หลุยมารี  แผนกประถม  ราวปี พ.ศ. 2539    </p>
<p>           เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น   &#8230; มิสค่ะ  &#8230; ช่วงพักเที่ยงจะมีผู้ปกครองมารอพบสองท่านที่หน้าห้องนะคะ โทรศัพท์แจ้งจากห้องประชาสัมพันธ์ ทำให้มิสอุไรพร  นาคะเสถียร  ครูประจำชั้น ป.4 รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะจำได้ว่านัดหมายแค่คุณแม่ท่านเดียวเท่านั้นในวันนี้</p>
<p>           เอ&#8230; ใครละเนี่ย  จะมีเรื่องอะไรรึปล่าวนะ  เมื่อมาถึงห้อง  ครูสาวแทบยกมือรับไหว้จากสุภาพสตรีทั้งสองท่านไม่ทัน  หากแต่รูสึกแปลกใจที่เห็นคุณแม่ท่านหนึ่งยกมือไหว้แต่เพียงแขนข้างเดียว   </p>
<p>           อย่างไรก็ตาม    มิสได้เชิญคุณแม่ท่านแรกเข้าไปคุยก่อนตามลำดับการนัดหมาย  โดยเก็บงำความแปลกใจไว้  หลังจากคุยกับคุณแม่ท่านแรกเสร็จ  จึงได้เชิญคุณแม่อีกท่านเข้ามาคุยในห้องรับรอง</p>
<p>           &#8230;  ภาพแรกที่ได้เห็นชัด ๆ ทำให้ครูสาวตกใจเล็กน้อย  แขนซ้ายของคุณแม่เป็นแขนเทียม  คุณแม่มาปรึกษาเรื่องการเรียนของลูก  เพราะไม่ได้มาในวันนัดพบผู้ปกครองประจำปี  เมื่อต้นปีที่ผ่านมา  </p>
<p>           ลูกเขาไม่อยากให้มา  เขาบอกว่าอายพื่อนที่แม่ใส่แขนเทียม  กลัวโดนเพื่อนล้อ  ว่า แม่แขนเดียว  แม่เป็นหุ่นยนต์หรอ  อะไรนี่นะคะ  เลยไม่ได้มา  น้ำเสียงคุณแม่แฝงแววเอ็นดูมากกว่าที่จะโกรธหรือไม่พอใจ</p>
<p>           มิสอุไรพร  ขออนุญาตซักถามเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณแม่ต้องใส่แขนเทียม  เมื่อได้ทราบความจริง  ครูสาวตัดสินใจแน่วแน่ว่าต้องจัดการเรื่องที่ลูกไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแม่  หากปล่อยเรื่องนี้ไป&#8230;  จะเป็นตราบาปอันหนักยิ่งติดตัวเด็กไปภายหน้า  ทั้งตัวลูกชายและคนที่ล้อเพื่อนที่ล้อเพื่อนด้วย </p>
<p>ช่วงเย็นวันนั้นมีชั่วโมงลูกเสือแต่ฝนตกหนัก  มิสอุไรพร จึงได้โอกาสนำเรื่องนี้มาเล่าให้นักเรียนฟัง  เรื่องราวที่ว่านั้น  ความดังนี้&#8230;</p>
<p>           วันที่  21 สิงหาคม  2536 หลังวันแม่ไม่กี่วัน&#8230; ครอบครัวหนึ่งเดินทางไปเที่ยวนากุ้งที่จังหวัดสตูล ประกอบด้วย พ่อแม่และลูกชายอีกสามคน  พวกเขาเดินชมนากุ้งไปตามทางเดินซึ่งเป็นคัดดินเล็ก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของธรรมชาติ  โดยมีคุณพ่อเดินนำหน้ากับลูกชายคนโตสองคน  ส่วนคุณแม่เดินตามหลังกับลูกชายคนเล็ก   </p>
<p>           ทางเดินที่เป็นคันดินนั้นมีการแบ่งเป็นท้องร่องเพื่อติดตั้งระหัดวิดน้ำซึ่งมีใบพัดเหล็กสูงจากคันดินราว 25 ซม.  คุณพ่อและลูกชายคนโตสองคนข้ามท้องร่องแล้วเดินนำต่อไปข้างหน้า  ไม่มีใครฉุกคิดระวังถึงเหตุร้าย  แต่แล้วลุกชายคนเล็กกลับก้าวพลาดล้มลงไปในท้องร่อง  ขากางเกงเข้าไปติดกับร่องของระหัดวิดน้ำที่กำลังหมุนอยู่และฉุดขาของลูกทั้งสองข้างเข้าไปในใบพัดเหล็ก  ถ้าเป็นพวกคุณ คุณจะทำอย่างไร &#8230;</p>
<p>           มิส  หยุดเรื่องไว้  เพื่อซักถาม  มองหน้านักเรียนทั้งห้องที่นั่งเงียบกริบ  หน้าซีด  โดยเฉพาะลูกชายของคุณแม่ท่านนั้น</p>
<p>แต่นักเรียนรู้มั้ยว่า  คุณแม่ท่านตัดสินใจอย่างไร  คุณแม่ไม่ยอมเสียเวลาคิดอะไรเลยท่านรีบดึงตัวลูกเอาไว้  แล้วเอาแขนซ้ายที่ว่างอยู่เข้าไปขวางใบพัดไว้ก่อน&#8230;</p>
<p>           ใบพัดหมุนแขนของคุณแม่เข้าไป &#8230;  คนงานที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบปิดเครื่องแต่แรงเฉื่อยยังทำให้ใบพัดหมุนด้วยกำลังรง  &#8230;  แรงเสียจนกระชากแขนซ้านคุณแม่  ขาดสะบั้นลง ! </p>
<p>           คุณแม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสสติสัมปชัญญะดับวูบลงในทันทีท้องร่องบริเวณนั้นแดงฉานไปด้วยเลือด &#8230;  เลือดของแม่ &#8230;</p>
<p>           ใบพัดเหล็กยังหมุนต่อไปอีกเล็กน้อยและบดเอาขาทั้งสองข้างของลูกชายคนเล็กจนกระดูกหัก  แต่ไม่ขาด  ไม่ขาดเพราะ&#8230;  เพราะแขนซ้ายของแม่ขาดแทน  .. ไม่ขาด เพราะแม้ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ  มือขวาของแม่ยังยึดตัวลูกเอาไว้แน่น &#8230; ไม่ยอมปล่อย &#8230; </p>
<p>           คุณพ่อและลูกคนโตทั้งสองคนหันกลับมามองตามเสียงตะโกน เอะอะโวยวายของคนงาน  พร้อม ๆ กับเสียงกรีดร้องของคุณแม่  ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาช๊อกแทบสิ้นสติ &#8230;  คุณพ่อรีบกระโจนพรวดเดียวถึงตัวแม่และลูกน้อย &#8230; </p>
<p>           แต่&#8230; มันสายเกินไปแล้ว  สิ่งเดียวที่ทำได้  คือ  รีบพาทั้งสองส่งโรงพยาบาลทันที  ผลการรักษา  คุณแม่ต้องใส่แขนเทียมแทนที่ขาดไป  ส่วนลูกชายคนเล็ก  ที่ขาหักต้องพักฟื้นนานราวสามเดือน  จึงสามารถเดินได้  เป็นปกติ</p>
<p>           มิสอุไรพร  กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง  แล้วถามว่า  นักเรียนคิดว่าคุณแม่ท่านนี้กล้าหาญไหมคะ  เด็ก ๆ พากันตอบเป็นเสียงเดียวกันพลางพยักหน้า  หลาย ๆ คนยังหน้าซีดเซียว เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ตามที่ครูเล่า   </p>
<p>           มิส  มองหน้าลูกชายของคุณแม่แล้วบอกว่า  &#8230;  นักเรียนทราบไหมว่าคุณแม่ท่านนั้นเป็นคุณแนคุณแม่ของเพื่อนเราในห้องนี้เอง  ไหน ใครเป็นลูกของคุณแม่ท่านนั้น  ยืนขึ้นให้เพื่อนเห็นหน่อยสิ&#8230;  เด็กคนนั้นยืนขึ้น  ท่ามกลางเสียงปรบมือของเพื่อน ๆ ทั้งห้อง  &#8220;วันนี้เมื่อคุณกลับไปบ้าน  มิสฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่า  พวกเราชื่นชมและยกย่องท่านมาก ๆ&#8221; </p>
<p>           มิสได้ทราบว่ามีหลาย ๆ คนไปล้อเลียนเพื่อน  ไหนคนไหนบ้างคะที่เคยล้อคุณแม่เขา  ถ้ามี เราลูกผู้ชายต้องกล้ารับค่ะ</p>
<p>           มีนักเรียน  3-4 คน  ยืนขึ้น  ใบหน้าของแต่ละคนรู้สึกสำนึกผิด  แล้วมิสก็ถามว่า   ดีมากนักเรียน  ตอนนี้คุณคงมีอะไรอยากจะพูดกับเพื่อนใช่มั๊ยคะ   </p>
<p>           เด็กชายกลุ่มนั้นเดินเข้าไปโอบกอดคอ แล้วกล่าวขอโทษเพื่อนด้วยความจริงใจ  ครูสาวน้ำตาคลอเบ้า  ยืนมองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มใจ   </p>
<p>           ใครเล่า &#8230;  จะเข้าใจความเจ็บช้ำ ขมขื่นในหัวใจเล็ก ๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง  ที่ถูกเพื่อนล้อเลียนประสาเด็กไม่ทันคิด</p>
<p>           หากบัดนี้  &#8230;  ความรักของแม่และน้ำใจของเพื่อน ๆ ได้สลายปมด้อยในใจของเขาไปจนสิ้น  เหลือเพียงความรักและความภาคภูมิใจในตัวคุณแม่เท่านั้น  </p>
<p>           เมื่อหมดชั่วโมงเรียน  มิสได้เรียกลูกชายคุณแม่  เข้าไปคุยอีกครั้ง  &#8220;วันนี้เรามีอะไรในใจที่คิดว่าควรพูดกับคุณแม่ม้ยคะ&#8221;  เด็กคนนั้นนิ่งคิดไปชั่วครู่  ก่อนจะตอบเสียงสั่นปนสะอื้นว่า &#8230;. </p>
<p>           &#8220;ผม&#8230;  ผม จะไปขอโทษคุณแม่  แล้ว&#8230; บอกคุณแม่ว่า  ผมรักคุณแม่มากที่สุดในโลกเลยครับ&#8221; </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-7/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2010 15:12:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[Forword mail]]></category>
		<category><![CDATA[คนไร้คุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[คุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดสิน]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกผิด]]></category>
		<category><![CDATA[สุนัข]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=305</guid>
		<description><![CDATA[คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว 
  มีร้านค้าแห่งหนึ่ง ติดประกาศขายลูกสุนัข 7 ตัว เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็กๆ แวะเวียนเข้ามาเล่น มาชมลูกสุนัขทุกวัน แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อ เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพง 
วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่นๆ ให้แก่ลูกค้าในร้าน เด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่ง ก็มากระตุกชายเสื้อเขา เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ 
เพื่อนของผมบอกว่า ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขาย ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัว พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ? เด็กบอกอย่างสุภาพ 
อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดี แล้วผิวปากเรียกสุนักทั้งเจ็ดออกมา 
เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมา ทีละตัว เขานับ&#8230;แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้น ไหนว่ามีเจ็ดต ัว มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ? เด็กชายถาม 
เจ้าของร้านตอบว่า อ๋อ เปล่าหรอกหนู ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัว เพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดี
มันก็เลยต้องคลานออกมา วิ่งมาพร้อมกับพี่ๆ ของมันไม่ได้ 
สิ้นคำเจ้าของร้าน ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมา ขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียว มันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน 
ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชายแล้วครางงี้ดๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว </strong></p>
<p>  มีร้านค้าแห่งหนึ่ง ติดประกาศขายลูกสุนัข 7 ตัว เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็กๆ แวะเวียนเข้ามาเล่น มาชมลูกสุนัขทุกวัน แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อ เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพง </p>
<p>วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่นๆ ให้แก่ลูกค้าในร้าน เด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่ง ก็มากระตุกชายเสื้อเขา เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ </p>
<p>เพื่อนของผมบอกว่า ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขาย ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัว พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ? เด็กบอกอย่างสุภาพ </p>
<p>อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดี แล้วผิวปากเรียกสุนักทั้งเจ็ดออกมา </p>
<p>เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมา ทีละตัว เขานับ&#8230;แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้น ไหนว่ามีเจ็ดต ัว มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ? เด็กชายถาม </p>
<p>เจ้าของร้านตอบว่า อ๋อ เปล่าหรอกหนู ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัว เพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดี<br />
มันก็เลยต้องคลานออกมา วิ่งมาพร้อมกับพี่ๆ ของมันไม่ได้ </p>
<p>สิ้นคำเจ้าของร้าน ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมา ขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียว มันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน </p>
<p>ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชายแล้วครางงี้ดๆ เห็นได้ชัดว่า มันพยายามคลานมาหาเขา หางของมันกระดิกดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ตลอดเวลา มันคลานเข้าไปเลียรองเท้าของเด็กชาย ท่าทางจะชอบเขามาก </p>
<p>เด็กชายหัวเราะแล้วอุ้มมันขึ้นมา ก่อนจะถามเจ้าของร้านว่า หมาตัวนี้ราคาเท่าไรครับ? ปกติ อาบอกขายอยู่ตัวละสองพันบาทนะ เจ้าของร้านตอบ </p>
<p>เด็กชายนิ่งอึ้งไป ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมานับ เขามีเงินอยู่เพียงสี่ร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น </p>
<p>ผมมีเงินไม่พอซื้อหมาตัวนี้ เด็กชายพึมพำอย่างเศร้าใจ </p>
<p>เจ้าของร้านรีบบอกทันทีว่า โอ๊ะ! หนู ถ้าหนูอยากได้หมาตัวนี้ไปก็เอาไปเถอะ ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก อายกให้หนูฟรีๆ ไปเลย </p>
<p>เด็กชายฟังเจ้าของร้านแล้วชะงักไป ก่อนจะถามกลับไปอย่างไม่พอใจว่า ทำไมครับ ทำไมถึงบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินถ้าจะซื้อหมาตัวนี้? </p>
<p>ก็อย่างที่หนูเห็นอย่างไรล่ะ ลูกหมาตัวนี้มันติดมาพร้อมๆ พี่ๆ น้องๆ ของมัน และอาก็ไม่คิดว่าจะขายมันอยู่แล้ว เพราะมันพิการ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ ความจริง อาไม่อยากให้หนูได้ของมีตำหนิอย่างนี้ไปนะ ลองดูตัวอื่นดีไหม? </p>
<p>เด็กชายเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่า คุณอาดูอะไรนี่สิครับ </p>
<p>ว่าแล้วเขาก็ดึงขากางเกงทั้งสองข้างขึ้น </p>
<p>เจ้าของร้านจึงได้เห็นว่า ขาของเด็กชายคนนี้ เล็กลีบ เช่นเดียวกับขาหลังของลูกสุนัข แต่ที่ทำให้เขายืนอยู่ได้ ก็เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงเอาไว้ </p>
<p><strong>คุณอาครับ ขาของผมก็ลีบใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกัน ผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ อย่างนี้ผมก็เป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่าครับ? </strong></p>
<p>เจ้าของร้านนิ่งอึ้งไป ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา </p>
<p>เด็กชายปล่อยขากางเกงลงแล้วพูดต่อว่า ผมจะซื้อสุนัขตัวนี้ ในราคาสองพันบาท เท่ากับลูกหมาตัวอื่นๆ แต่ว่าผมมีเงินไม่พอ ถ้าผมจะอ้อนวอนคุณอา ขอผ่อนราคาของลูกหมาตัวนี้ เดือนละหนึ่งร้อยบาททุกเดือน จนครบสองพันบาท คุณอาจะว่าอย่างไรครับ? </p>
<p>เจ้าของร้านน้ำตาไหลริน ทรุดตัวลงตรงหน้าเด็กชายและกอดเขาไว้ด้วยความประทับใจ พลางกล่าวขอโทษขอโพย ในสิ่งที่ตนได้ทำผิดพลาดไป </p>
<p>เขาบอกว่าไม่ขัดข้อง ที่จะให้เด็กชายผ่อนค่าตัวของลูกสุนัขตัวนี้ และกล่าวว่าถ้าสุนัขทุกตัวมีเจ้านายที่จิตใจดีอย่างเด็กชาย พวกมันก็คงจะมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างมาก</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. </p>
<p>นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า<br />
<strong>อย่าตัดสินคุณค่า จากรูปลักษณ์ภายนอก </strong></p>
<blockquote><p>ที่มา : นิทานสีขาว<br />
เล่าโดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา </p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2010/07/22/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82-7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

