<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความดีๆ &#187; นักปราชญ์</title>
	<atom:link href="http://happyhappiness.monkiezgrove.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%8d%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com</link>
	<description>How to make life happiness เล่าเรื่องเรียบเรียงร่างร้อยถึงความสุข</description>
	<lastBuildDate>Sun, 18 Sep 2011 06:54:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>นัยอันล้ำลึกของคำว่า &#8220;ขอบคุณ&#8221;</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/11/18/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/11/18/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Nov 2009 03:42:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด และ คติเตือนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[นักปราชญ์]]></category>
		<category><![CDATA[วชิรเมธี]]></category>
		<category><![CDATA[วิพากษ์วิจารณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า &#8220;ขอบคุณ&#8221;
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ&#8230;
โดยท่าน ว. วชิรเมธี 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน<br />
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้<br />
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม</p>
<p>นัยอันล้ำลึกของคำว่า &#8220;ขอบคุณ&#8221;</p>
<p>ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้<br />
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ<br />
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ</p>
<p>ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม<br />
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่<br />
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ</p>
<p>ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์<br />
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่<br />
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ</p>
<p>ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่<br />
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ<br />
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน</p>
<p>ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น<br />
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน<br />
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ&#8230;</p>
<p>โดยท่าน ว. วชิรเมธี </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/11/18/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คน 3 คน</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/06/29/%e0%b8%84%e0%b8%99-3-%e0%b8%84%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/06/29/%e0%b8%84%e0%b8%99-3-%e0%b8%84%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 05:34:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิด และ คติเตือนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บทความดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ความฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[นักปราชญ์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาอัปลักษณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=214</guid>
		<description><![CDATA[ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง 
หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร
ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า &#8216;ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ &#8216; 
หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า
&#8216;เจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ&#8217;
ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา 
&#8216;คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน เช่น บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย เป็นดารา ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ &#8216; 
มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ &#8216; 
อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง </p>
<p>หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร<br />
ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า &#8216;ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ &#8216; </p>
<p>หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า<br />
&#8216;เจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น<br />
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ&#8217;<br />
ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา </p>
<p>&#8216;คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน เช่น บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย เป็นดารา ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ &#8216; </p>
<p>มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้ &#8216; </p>
<p>อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร&#8217; </p>
<p>สมัยที่หลวงตายังไม่ได้บวชเคยไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่มีผัวแล้ว เพราะเห็นว่าบ้านเป็นซอยเปลี่ยว ส่งได้สองครั้งก็เป็นเรื่อง ชาวบ้านซุบซิบนินทา หาว่าเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน คนที่เห็นนั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล &#8216; </p>
<p>แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ&#8217; ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้วเริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา </p>
<p>เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์ เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ใจเราควรสงบนิ่ง ยังไม่ต้องชำระ ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่ เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม&#8217; </p>
<p>เข้าใจครับหลวงตา&#8217; เด็กน้อยยิ้มมีความสุขอีกครั้ง </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/06/29/%e0%b8%84%e0%b8%99-3-%e0%b8%84%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความว้าเหว่</title>
		<link>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/05/03/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/05/03/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 May 2009 02:36:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hoopie</dc:creator>
				<category><![CDATA[พรหมจริยวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[ตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[นักปราชญ์]]></category>
		<category><![CDATA[ว้าเหว่]]></category>
		<category><![CDATA[อบอุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อาชญากร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://happyhappiness.monkiezgrove.com/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อไม่สมหวังกับความต้องการ
ที่จะพะเน้าพะนอความอ่อนแอ
แน่นอนเราย่อมเกิดความว้าเหว่
การฝึกเพื่อยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเอง
ควรเริ่มต้นด้วยการไม่ทอดทิ้งตนเอง
เพื่อแสวงหาความอบอุ่นจากผู้อื่น
เมื่อพบผู้ว้าเหว่ เงียบเหงา
ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร
จงให้ความอบอุ่นจากความเป็นเพื่อนแก่เขา
ความว้าเหว่เป็นสิ่งที่ต้องเอาใจใส่
ด้วยว่าความว้าเหว่
สร้างทั้งนักปราชญ์และอาชญากร
ผู้ที่ทำอะไรจะไม่ให้ผิดพลาดเลย
เป็นผู้ที่น่าสมเพช
ผู้ที่ทำอะไรไม่คิดถึงความถูกต้องเลย
เป็นผู้ที่น่ารังเกียจ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อไม่สมหวังกับความต้องการ<br />
ที่จะพะเน้าพะนอความอ่อนแอ<br />
แน่นอนเราย่อมเกิดความว้าเหว่</p>
<p>การฝึกเพื่อยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตนเอง<br />
ควรเริ่มต้นด้วยการไม่ทอดทิ้งตนเอง<br />
เพื่อแสวงหาความอบอุ่นจากผู้อื่น</p>
<p>เมื่อพบผู้ว้าเหว่ เงียบเหงา<br />
ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร<br />
จงให้ความอบอุ่นจากความเป็นเพื่อนแก่เขา</p>
<p>ความว้าเหว่เป็นสิ่งที่ต้องเอาใจใส่<br />
ด้วยว่าความว้าเหว่<br />
สร้างทั้งนักปราชญ์และอาชญากร</p>
<blockquote><p>ผู้ที่ทำอะไรจะไม่ให้ผิดพลาดเลย</p>
<p>เป็นผู้ที่น่าสมเพช</p>
<p>ผู้ที่ทำอะไรไม่คิดถึงความถูกต้องเลย</p>
<p>เป็นผู้ที่น่ารังเกียจ</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://happyhappiness.monkiezgrove.com/2009/05/03/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

